วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เด็กๆกับการพัฒนาระบบเกษตรยั่งยืน


video


สิ่งสำคัญของภาคการเกษตรไทยในอนาคต คือผู้สืบทอดดังนั้นจึงสำคัญยิ่งที่จะต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้สำหรับเด็กๆ ในชุมชนเพื่อเชื่อมโยงคนสู่วิถีชีวิตเกษตรยั่งยืน

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

มันสำปะหลังบุกนา ยางพาราบุกป่า ที่ป่าภูขาม

ภูขามเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในเขตอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี มีเนื้อที่ที่เป็นป่าทั้งสิ้นประมาณ 2,600 ไร่ มีความสูงประมาณ1,500 เมตร ตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่างอำเภอเขมราฐ กับ อำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานีเป็นภูเขาที่แบ่งเขตตำบลหัวนา อำเภอเขมราฐ กับ ตำบลหนองทันน้ำ อำเภอกุดข้าวปุ้น



สภาพพื้นที่ป่าภูขามอันอุดมสมบูรณ์


กระแสของการปลูกพืชเศรษฐกิจแผ่วเบาลงไปมากพอสมควรหลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจที่อเมริกา แล้วลุกลามกระจายออกไปทั่วโลก ยังผลให้ราคาน้ำมันดิบตกต่ำ ราคาน้ำมันในบ้านเราเองก็ถูกลงเป็นอันมาก วิกฤติเศรษฐกิจและน้ำมันถือเป็นตัวแปรสำคัญที่นำมาสู่การผ่อนกระแสพืชเศรษฐกิจทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น อ่อย มัน ยางรารา ข้าวโพด และพืชอีกหลายชนิด แต่อย่างไรก็ตามชุมชนจำนวนมากในพื้นที่ภาคอีสานยังคงดำเนินวิถีเศรษฐกิจการเกษตรไปแบบยากที่จะถอดถอนตนเองออกจากระบบเกษตรแผนใหม่ที่ยังคงรุกประชิดติดเขตแดนฐานทรัพยากรชุมชน


แนวปลูกมันเข้าประชิดเขตป่า (ขวามือคือมัน)


สภาพการถางป่าหัวไร่ปลายนา ทีขอบป่าภูขาม

ที่ป่าภูขาม ณ ตำบลหนองทันน้ำ อำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่สะท้อนเรื่องราวเสมือนนิยายเรื่องเดิมที่ต้องกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าและยังไม่มีที่ท่าว่าจะจบลงโดยง่าย สิ่งที่พบเห็นในพื้นที่ป่าชุมชนภูขามอันอุดมสมบูรณ์ คือสภาพของการบุกเบิกที่ดินชายป่า ตัดต้นไม้ ไถหน้าดิน เผาตอ เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการปลูกมันสำประหลังและยางพารา หลักคิดเดิมเดิมของการส่งเสริมการเกษตรภาครัฐ ยังคงปรากฏให้เห็นและจับต้องได้ ก็คือการถางให้เรียบ เผาให้ราบ แล้วก็หาซื้อปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงมาใช้ให้เต็มที่ ความคิดในมิติของนิเวศการเกษตรและการพึ่งพาระบบธรรมชาติไม่เคยมีอยู่ในหัวของข้าราชการกระทรวงเกษตรเลยนับตั้งแต่ก่อตั้งหน่วยงานนี้มาจนถึงปัจจุบัน จึงแทบไม่ต้องถามว่าป่าชุมชนภูขาม ป่าหัวไร่ปลายนา และพื้นดินอันอุดมถูกทำลายไปมากน้อยเพียงใด

การตัดต้นไม้เพื่อเปิดพื้นที่ปลูกมันสำประหลัง

มันสำประหลังบนซากต้นไม้

สำหรับการปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่พบว่าเกษตรกรขยายพื้นที่การผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ก็เพราะว่าราคามันสำประหลังมีราคาดีอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ ปี๒๕๔๖ จนถึง ปี๒๕๕๐ แต่ปัจจุบันมันสำประหลังราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่องเกษตรกรทั่วไปจึงต้องประสบปัญหาขาดทุน และภาครัฐยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น มันสำประหลังจึงเป็นสถานการณ์ปัญหาที่หนักมาก ไม่ต่างไปจากปัญหาเดิมที่เกิดขึ้นมาก่อนในพื้นที่ภูขามนั้นก็คือยางพารา ประเด็นก็คือผลพวงจากนโยบายส่งเสริมการปลูกยางพาราในยุครัฐบาลทักษิณ (ปี๒๕๔๗-๒๕๔๙) ได้เริ่มออกดอกออกผล ยางพาราในพื้นที่ภูขามจำนวนมาก “ออกดอกออกผล” จริงดังคำกล่าว แต่ว่าการออกดอกดังกล่าวเกิดจากกล้าพันธุ์ยางพาราคุณภาพต่ำ ซึ่งเกษตรกรได้มาจากรัฐ โดยสำนักงานกองทุนสงค์เคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ที่มี “ซีพี” หรือ (บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์) ทำหน้าที่ผลิตกล้ายางให้ ยางพาราออกดอกหรือยางตาสอยคือยางพาราที่ได้จากการนำกลิ่งพันธุ์ที่มีอายุมาก ดังนั้นยางดังกล่าวจึงไม่มีคุณภาพ ให้น้ำยางน้อย ไม่ต้านทานโรค ไม่เจริญเติบโต เกษตรกรที่ปลูกยางตาสอยจึงไม่มีโอกาสแม้แต่จะถอนทุนคืน

ยางตาสอย ยางออกดอก

พื้นทีป่าภูขาม ภายหลังจากที่ขบวนการชาวบ้านเข้าไปมีบทบาทบริหารจัดการในรูปของป่าชุมชน ก็ทำให้สภาพโดยรวมมีการฟื้นฟูจนเกิดความอุดมสมบูรณ์ขึ้นมาก มีชาวบ้านจำนวนมากพบเห็นสัตว์หลากชนิดในพื้นที่ป่ามากกว่าอดีตที่ผ่านมา มีการฟื้นฟูโดยการปลูกพืชพันธุ์หลายชนิด มีการสร้างระบบระเบียบแบบแผนการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อกังวลใจสำคัญก็คือ กระแสการพัฒนาเศรษฐกิจในรูปแบบการส่งเสริมพืชเชิงเดี่ยวเพื่อการค้า ใช้สารเคมีเข้มข้น ใช้ปัจจัยการผลิตจากภายนอกชุมชน ทั้งยังต้องใช้เงินทุนสูง จะส่งผลทำลายฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของป่าภูขามมากเพียงไร และชุมชนจะสามารถตั้งแนวรับหรือจะตอบโต้อย่างไรต่อกระแสทุนที่กำลังโถมซัดรุนแรง แถมยังมีการปรับสภาพปรับรูปโฉมต่างจากอดีดที่ผ่านมาเป็นอันมาก




ลานหินธรรมชาติกลางป่าภูขาม

คณะดูงาน ลงฐานชุมชนศึกษาพื้นที่
aan surin